ระบบสารสนเทศ

Monday, February 07, 2005

ทดสอบการโพสท์เนื้อหาขึ้น web blog

ระบบสารสนเทศ
ระบบสารสนเทศคือ การบริหารหน่วยงานในระดับต่างๆ ซึ่งเป็นระบบที่ให้ความแม่นยำ รวดเร็ว ถูกต้อง เพื่อประโยชน์ในการบริหารองค์การและสร้างความได้เปรียบในการแข็งขัน ดังนั้นองค์การมักจะตั้งเป้าหมายของระบบสารสนเทศเพื่อประโยชน์ต่างๆ อย่างเช่น
- เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
- เพื่อเพิ่มผลผลิต
- เพื่อเพิ่มคุณภาพในการบริหารลูกค้า

ความสำคัญของระบบสารสนเทศ
ระบบสารสนเทศมีทั้งแบบใช้แรงงาน แบบทำด้วยมือ แบบที่อ้างอิงคอมพิวเตอร์ เพื่อการประมวลผล ระบบสารสนเทศส่วนใหญ่เป็นแบบอ้างอิงคอมพิวเตอร์ ดังนั้นองค์การต่างๆ จึงให้ความสำคัญกับระบบสารสนเทศอย่างมาก

Friday, February 04, 2005

สรุปสาระความรู้ที่ได้จากการเรียนการสอน

ตั้งแต่มีการเรียนการสอนวิชา ระบบสารสนเทศสำหรับการบริหาร ซึ่งจะต้องมีการเรียนรู้เรื่องการสมัครอีเมลและการส่งอีเมล ซึ่งอาจารย์ก็ได้สอนให้กับนักศึกษามาหลายรุ่นรวมถึงรุ่นนี้ด้วย คือ นักศึกษาภาคสมทบรุ่นที่ 8 จากที่ก่อนหน้านี้ถึงแม้ว่าจะรู้จักคำว่า "อีเมล" แล้ว แต่ก็ยังไม่ทราบถึงขั้นตอนในการสมัครอีเมลและรวมไปถึงการส่งอีเมล และเว็ปไซท์ต่อไปนี้คือเว็ปไวท์ที่อาจารย์ได้สอนให้รู้ถึงวิธีการสมัคร คือ www.yahoo.com , www.blogger.com , http://artmail.chandra.ac., http://artnet.chandra.ac.th/moodle/

1. ระบบสารสนเทศสำหรับการบริหาร 2553310
เป็นการศึกษาแนวคิดทฤษฎีเกี่ยวกับการจัดการระบบสารสนเทศ การวิเคราะห์ขั้นตอนของงานในองค์การ ทั้งการวางแผน การปฏิบัติงาน การติดตามควบคุม และการประเมินผลอย่างเป็นระบบ โดยบูรณาการการใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในการบริหารจัดการองค์การภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน
หัวข้อเนื้อหาวิชา
1. แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับการจัดการระบบสารสนเทศ
2. องค์ประกอบของการบริหารและการจัดการงานระบบสารสนเทศ
3. ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ
4. การประยุกต์ใช้ทรัพยากรทางเทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุด
5. การใช้งานเทคโนโลยีเพื่อการบริหาร จัดการและการวางแผน

2. วิธีการสมัครอีเมลและการส่งอีเมล สมัครอีเมลส่วนตัวของ http://www.yahoo.com/ และแจ้งชื่อรายงานตัวส่งอีเมลถึงอาจารย์ที่ rcumis@yahoo.com สำหรับกลุ่มที่เรียนวันจันทร์ ให้สมัครเข้ากลุ่มของyahoogroupเพื่อรับทราบข่าวสารและทำกิจกรรมกลุ่มออนไลน์ดังนี้คือ2.1 กลุ่ม rcumis ที่เว็ปไซท์ชื่อ http://groups.yshoo.com/group/rcumis2.2 กลุ่ม rcupub ที่เว็ปไซท์ชื่อ http://groups.yshoo.com/group/rcupub สมัครเป็นสมาชิกระบบการเรียนการสอนออนไลน์ ArtChandra : Course Management System : moodle ที่ http://artnet.chandra.ac.th/moodle/

3. การเรียนและศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเครื่องมือสื่อสารอิเลคทรอนิกส์ซึ่งปัจจุบันทุกท่านคงทราบกันดีว่า เรากำลังอยู่ในยุคช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวิถีการ ดำเนินชีวิตแทบจะทุกด้าน เราเองคงจะสังเกตุเห็นการเปลี่ยนแปลงรอบกายเราได้ในหลากหลายประเด็น โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงด้านความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการสื่อสาร จนกระทั่งมีการพูดติดปากกันว่า " ทุกวันนี้โลกมันกลม " หรือที่มีศัพท์ภาษาอังกฤษว่า "Globalization" อันหมายความว่าเหตุการณ์ ข่าวสาร ข้อมูล หรือปรากฏการณ์ใดๆที่มีเกิดขึ้น ทุกคนทั่วโลกสามารถรับรู้และรับทราบทั่วถึงกันได้โดยรวดเร็ว และจนกระทั่งมีการตั้งชื่อยุคสมัยนี้กันออกมาแล้วว่า เป็นยุคสมัยของสารสนเทศ ซึ่งนั่นก็หมายถึงว่ามนุษย์อย่างเราๆท่านๆ และทั่วโลก กำลังดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมของการรับรู้ข่าวสารและการพึงพาสารสนเทศนั่นเองการใช้ชีวิตในยุคของสังคมข่าวสารเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วนี้ จะสามารถรับรู้ได้ด้วยตัวท่านเองว่าตัวเราเริ่มมีสิ่งแวดล้อมและเครื่องไม้เครื่องมือรอบตัวเราอะไรบ้าง มีสิ่งของเครื่องใช้ที่มีรูปแบบของการทำงานแบบอัตโนมัติอะไรบ้าง ที่เราต้องเรียนรู้เพื่อใช้งานและหรือควบคุม และหรือจะต้องมีการเรียนรู้ สั่งการ และต้องการให้แสดงผล กับเทคโนโลยีที่อยู่รอบตัวเราเหล่านี้ ยกตัวอย่างเช่นเริ่มมองจากตัวเราไป เรามีนาฬิกาแบบดิจิตอล โทรศัพท์มือถือที่ทั้งเล่นเกมได้ ถ่ายภาพได้ รับ-ส่งข่าวสารส่งข้อความและภาพ เสียงได้ทางอีเมลล์ วิทยุติดตามตัว เครื่องเล่นเทป ซีดี มีหูฟังแบบเคลื่อนที่และพกพาได้ เครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพา ขนาดเท่าฝ่ามือ ตลอดทั้งอุปกรณ์อิเลกทรกนิกส์แบบไร้สายในรูปแบบต่างๆอีกมากมาย สิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นผลผลิตทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ แทบทั้งสิ้น และแน่นอนว่าเราจำเป็นต้องเรียนรู้เพื่อจะนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ด้านต่างๆนานา ไม่ว่าจะเป็นด้านการเอื้อประโยชน์ทางธุรกิจ ธุรกรรม ความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตส่วนตัว การทำงาน และเพื่อการประยุกต์ใช้ประโยชน์ใดๆก็ตาม

4. ทำให้เราได้ทราบความหมายของระบบ
มนุษย์ได้ชื่อว่าเป็นสัตว์ที่ฉลาดก็เพราะมีการสร้างความคิด มีการจดบันทึก การจดจำ และประมวลประสบการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในวิถีการดำรงชีวิต มาปรับใช้อย่างเหมาะสมกับเหตุการณ์ โดยเฉพาะในกระบวนการทำงานของมนุษย์เรานั้น ไม่ว่าจะเป็นการทำงานโดยส่วนตัวหรือ โดยการ รวมกันทำเป็นกลุ่มก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นมาพร้อมและควบคู่กับการทำงานเสมอก็คือ ปัญหาและการแก้ไข ปัญหาอันเกี่ยวข้องกับภาระที่ต้องรับผิดชอบ อันได้แก่ กรรมวิธีการทำงาน การจัดลำดับขั้นตอนของงาน การจัดระเบียบหรือการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงาน เป็นต้น สิ่งนี้เองจึงทำให้มนุษย์เรามีความจำเป็น ที่จะต้องมีการจัดทำแนวทางสำหรับการทำงานขึ้น และเมื่อมีการนำมาใช้ปฏิบัติเพื่อการหวังผล อย่างใดอย่างหนึ่ง อาทิ เป็นกฏ เป็นระเบียบ เป็นการควบคุม ฯลฯ จนกระทั่งมีความต่อเนื่องของการนำไปใช้ จนกลายเป็นระบบนั่นเอง
ระบบ(System) ในความหมายของราชบัณฑิตยสถาน ๒๕๔๒ ให้ความหมายไว้ว่า 1.ระเบียบเกี่ยวกับการรวมสิ่งต่างๆ ซึ่งมีลักษณะซับซ้อนให้เข้าลำดับประสานกันเป็นอันเดียว ตามหลักเหตุผลทางวิชาการ. 2.ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ซึ่งมีส่วนสัมพันธ์ประสานเข้ากัน โดยกำหนดรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน.
ความหมาย "ระบบ" (System) นักการศึกษาไทยหลายท่านได้ให้ความหมายของระบบไว้คือ ไชยยงค์ พรหมวงศ์ (2520) ได้ให้นิยามว่า ระบบ หมายถึง ผลรวมของหน่วยย่อยซึ่งทำงานเป็นอิสระต่อกัน แต่มีปฏิสัมพันธ์กัน เพื่อช่วยให้งานนั้นบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ เปรื่อง กุมุท (2518) ระบบ หมายถึง ภาพส่วนรวมของโครงสร้างหรือขบวนการอย่างหนึ่งที่มีการจัดระเบียบ ความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบต่างๆ ที่รวมกันอยู่ในโครงการ หรือขบวนการนั้น
ความหมายของระบบสารสนเทศ
ระบบสารสนเทศ หมายถึง กลุ่มขององค์ประกอบที่มีความสัมพันธ์กันซึ่งทำการรวบรวมประมวลผล,เก็บรักษา และกระจายสารสนเทศออกไป เพื่อสนับสนุน การควบคุม, การวิเคราะห์, การตัดสินใจ และการวางแผนที่เกิดขึ้นภายในองค์กร กิจกรรมที่เกิดขึ้นในระบบสารสนเทศ ได้แก่ การนำเข้า,การประมวลผล และการนำออก โดยการนำเข้าจะรับและรวบรวมข้อมูลดิบภายในองค์กร หรือ จากสภาพแวดล้อมภายนอก การประมวลผลจะเปลี่ยนข้อมูลดิบ ไปอยุ่ในรูปแบบที่มีความหมาย หรือเป็นประโยชน์ต่อการใช้งาน และการนำออก จะนำเอาสารสนเทศที่ได้นั้นไปยังผู้ใช้ หรือ ไปยังกิจกรรมที่ใช้งานสารสนเทศนั้น ๆ นอกจากนี้ระบบสารสนเทศยังต้องการสิ่งป้อนกลับ ที่ย้อนกลับไปยังตำแหน่งที่เหมาะสมของระบบ เพื่อช่วยในการประเมิน และแก้ไข ขั้นตอนนำเข้าหรือประมวลผล

5. ข้อมูลกับสารสนเทศ
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับโครงสร้างพื้นฐานจากระดับมหภาคจนถึงระดับองค์การพัฒนาการของเทคโนโลยีสารสนเทศสร้างผลกระทบในเชิงลึกต่อวัฒนธรรม ความคิด และรูปแบบในการแก้ปัญหาของบุคคลผู้บริหารในอนาคตต้องมีทักษะสำคัญโดยเฉพาะความรู้ ความเข้าใจในศักยภาพ และสามารถประยุกต์เทคโนโลยีสารสนเทศให้เกิดประโยชน์แก่ธุรกิจ ผู้บริหารต้องตัดสินใจเกี่ยวกับการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าผู้บริหารบางส่วนยังขาดวิสัยทัศน์และความเข้าใจในศักยภาพของเทคโนโลยีสารสนเทศ ผู้บริหารหลายคนยังติดอยู่กับระบบงานที่เชื่องช้า ไม่ยืดหยุ่น ตลอดจนมีความคิดหรือ “กระบวนทัศน์ (paradigm)” ที่ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ยอมรับ และกลัวต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ทำให้การพัฒนาและการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้งานล่าช้าและเป็นไปในทิศทางที่ตอบสนอง ต่อการเปลี่ยนแปลงมากกว่าการดำเนินงานเชิงรุก อย่างไรก็ดี คงไม่มีใครปฏิเสธว่าเทคโนโลยีสารสนเทศมีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของธุรกิจในอนาคต ดังนั้นผู้บริหารที่จะประสบความสำเร็จในอนาคตสมควรต้องศึกษาและทำความเข้าใจในศักยภาพของเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างแท้จริง ปกติการศึกษา MIS จะกล่าวถึงคำศัพท์สำคัญอยู่สองคำ คือ ข้อมูล (data) และสารสนเทศ (information) โดยศัพท์สองคำนี้ถือได้ว่าเป็นคำศัพท์พื้นฐานที่สำคัญสำหรับผู้ที่ศึกษาเรื่องคอมพิวเตอร์และระบบสารสนเทศ เนื่องจากข้อมูลและสารสนเทศจะเป็นหน่วยพื้นฐานของ MIS ที่ต้องได้รับการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานและการตัดสินใจทางธุรกิจ โดยทั้งข้อมูลและสารสนเทศจะมีความคล้ายคลึงและเกี่ยวข้องกัน ในขณะเดียวกัน ศัพท์ทั้งสองคำก็มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นผู้อ่านสมควรทำความเข้าใจกับความหมายของข้อมูลและสารสนเทศให้ชัดเจนก่อนเริ่มต้นศึกษา MIS ดังต่อไปนี้ 1. ข้อมูล หมายถึง ข้อมูลดิบ (raw data) ที่ถูกเก็บรวบรวมจากแหล่งต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกองค์การ โดยข้อมูลดิบจะยังไม่มีความหมายในการนำไปใช้งาน หรือตรงตามความต้องการของผู้ใช้ เช่น รายรับ – รายจ่ายที่เกิดขึ้นในแต่ละวันของธุรกิจ นิสิต-นักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียน หรือเงินเดือนของข้าราชการ เป็นต้น
2. สารสนเทศ หมายถึง ผลลัพธ์ที่เกิดจากการประมวลผลข้อมูลดิบที่ถูกจัดเก็บไว้อย่างเป็นระบบโดยผลลัพธ์ที่ได้สามารถนำไปประกอบการทำงานหรือสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหาร ซึ่งเราสามารถกล่าวได้ว่า สารสนเทศเป็นข้อมูลที่มีความหมายหรือตรงตามความต้องการของผู้บริหาร เช่น ยอดงบดุล รายงานสรุปผลการดำเนินงาน หรือประมาณการรายได้ เป็นต้น ประการสำคัญ สารสนเทศถูกนำมาช่วยในการตัดสินใจในกิจกรรมการบริหารด้านต่าง ๆ เช่น การเงิน การตลาด การผลิต หรือการจัดการเป็นต้น ซึ่งทำให้ผู้บริหารสามารถแก้ไขปัญหาหรือทางเลือกในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพขึ้น

6. ความสำคัญของระบบสารสนเทศ
ปัจจุบันองค์กรต่าง ๆ เริ่มมองเห็นความสำคัญและความจำเป็นที่จะต้องมีระบบสารสนเทศที่ถูกต้อง รวดเร็ว และแม่นยำ เพื่อประโยชน์ในการบริหารองค์การและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ดังนั้นองค์กรจึงมักจะมีการตั้งเป้าหมายของระบบสารสนเทศ เพื่อประโยชน์ดังต่อไปนี้
1.เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ในกรณีที่องค์การมีงานประจำต้องทำทุกวัน และปริมาณก็เพิ่มมากขึ้นทำให้องค์การต้องเพิ่มพนักงานหรือเพิ่มงานให้กับพนักงานจนพนักงานไม่สามารถจะปฏิบัติได้ หรือผลงานออกมาไม่ดี จึงมีความจำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์เพื่อเข้ามาช่วยงานในลักษณะประจำ ทำให้การทำงานเร็วขึ้น แม่นยำ และทำให้พนักงานมีเวลาในการเรียนรู้งานใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
2.เพิ่มผลผลิต โดยที่องค์การสามารถใช้สารสนเทศมาช่วยในกระบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม หรือกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อสร้างข้อได้เปรียบในการแข่งขัน เช่น สามารถควบคุมขั้นตอนในกระบวนการผลิต ควบคุมวัตถุดิบ สินค้าคงคลัง และระบบขนถ่ายสินค้า เป็นต้น
3.เพิ่มคุณภาพในการบริการลูกค้า องค์การที่มีธุรกิจในลักษณะการให้บริการสามารถใช้ระบบสารสนเทศอำนวยความสะดวกในการติดต่อของลูกค้า เช่น ธุรกิจการบิน สามารถให้ลูกค้าจองตั๋วเครื่องบิน สอบถามสายการบิน ตรวจสอบเวลาเข้า-ออกของสายการบิน ธุรกิจประกันภัยสามารถให้บริการลูกค้าในการแจ้งอุบัติเหตุ โดยบอกชื่อประกัน หรือเลขที่กรมธรรม์ หรือหมายเลขทะเบียนได้ ธุรกิจโรงพยาบาลสามารถให้นายแพทย์ และผู้ป่วยตรวจสอบผลจากการเก็บประวัติการรักษาพยาบาลของผู้ป่วยได้ เป็นต้น
4. ผลิตสินค้าใหม่และขยายผลิตภัณฑ์ ข้อมูลสารสนเทศสามารถที่จะพยากรณ์ความต้องการสินค้าของผู้บริโภคได้ แม้กระทั่งรูปแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ลูกค้าต้องการ ทำให้ผู้ผลิตสามารถที่ออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคได้ สามารถที่จะสร้างการเลือกในการแข่งขันได้ หรือสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน ผู้บริหารสามารถที่จะนำสารสนเทศมาสร้างกลยุทธ์ในการแข่งขันได้ โดยอาจสร้างแบบจำลองในเรื่องการสร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ ผลิตในต้นทุนต่ำหรือผู้นำด้านต้นทุน หรือการตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างรวดเร็ว
ลักษณะของสารสนเทศที่ดี
1.ความเที่ยงตรง หมายถึง ปราศจากความเอนเอียง สารสนเทศที่ดีต้องบอกลักษณะความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ไม่ชี้นำไปทางใดทางหนึ่ง
2. ตรงตามความต้องการของผู้ใช้ หมายถึงมีเนื้อหาตรงกับเรื่องที่ต้องการใช้ของผู้ใช้แต่ละคน
3.ทันต่อเวลา หมายถึง สามารถนำสารสนเทศที่ต้องการไปใช้ได้ทันต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การจัดเตรียมสารสนเทศให้ทันต่อเวลาที่ต้องการใช้ มี 2 ลักษณะ คือ การจัดทำสารสนเทศล่วงหน้าตามกำหนดเวลาที่เหตุการณ์จะเกิดขึ้นในอนาคต และการจัดทำสารสนเทศอย่างรวดเร็วเพื่อนำไปใช้ในเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น
เป้าหมายของระบบสารสนเทศ
องค์กรต่างๆ ได้เริ่มมองเห็นความสำคัญและความจำเป็นที่องค์กรต้องมีระบบสารสนเทศที่ถูกต้อง รวดเร็ว และแม่นยำ เพื่อประโยชน์ในการบริหารองค์กรและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ดังนั้น องค์กรจึงมักจะมีการตั้งเป้าหมายของระบบสารสนเทศเพื่อประโยชน์ดังนี้
1. เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ในกรณีที่องค์กรมีงานประจำต้องทำทุกวัน และปริมาณงานก็เพิ่มขึ้น ทำให้องค์กรจะต้องเพิ่มพนักงานหรือเพิ่มงานให้กับพนักงาน จนพนักงานไม่สามารถจะปฏิบัติได้ หรือผลงานออกมาไม่ดี จึงมีความจำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์เพื่อเข้ามาช่วยทำงานให้เร็วขึ้น ทำให้พนักงานมีเวลาในการเรียนรู้งานใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
2. เพิ่มผลผลิต โดยที่องค์กรสามารถใช้สารสนเทศมาช่วยในกระบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม หรือกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างข้อได้เปรียบในการแข่งขัน เช่น สามารถควบคุมขั้นตอนในกระบวนการผลิต ควบคุมวัตถุดิบ สินค้าคงคลัง และระบบการขนถ่ายสินค้า
3. เพิ่มคุณภาพในการให้บริการลูกค้า องค์กรที่มีธุรกิจในลักษณะให้บริการสามารถใช้ระบบสารสนเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกในการติดต่อของลูกค้า เช่น ธุรกิจการบิน สามารถให้ลูกค้าจองตั๋วเครื่องบิน สอบถามสายการบิน ธุรกิจประกันภัย สามารถบริการลูกค้าในการแจ้งอุบัติเหตุ โดยบอกชื่อผู้เอาประกัน หรือเลขที่กรมธรรม์ หรือหมายเลขทะเบียนรถได้ ธุรกิจโรงพยาบาลสามารถให้แพทย์และผู้ป่วยตรวจสอบผลจากการเก็บประวัติการรักษาพยาบาลของผู้ป่วยได้ เป็นต้น 4.ผลิตสินค้าใหม่และขยายผลิตภัณฑ์ ข้อมูลสารสนเทศสามารถที่จะพยากรณ์ความต้องการสินค้าของผู้บริโภคได้ แม้กระทั่งรูปแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ลูกค้าต้องการ ทำให้ผู้ผลิตสามารถที่จะออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคได้
5.สามารถที่จะสร้างทางเลือกในการแข่งขันได้ ผู้บริหารสามารถที่จะนำสารสนเทศมาสร้างกลยุทธ์ในการแข่งขันได้ โดยอาจจะสร้างแบบจำลองในเรื่องการสร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ การผลิตในต้นทุนต่ำ หรือการตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างรวดเร็ว
6. การสร้างโอกาสทางธุรกิจ หากองค์กรมีสารสนเทศที่ถูกต้องและรวดเร็ว ทำให้ผู้บริหารสามารถที่จะลงทุนในธุรกิจที่อนาคตสดใสก่อนคู่แข่งขันซึ่งถือว่าเป็นการเพิ่มโอกาสในการลงทุน เช่น บริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ได้เล็งเห็นความสำคัญของการสื่อสาร จึงทำให้บริษัทได้ลงทุนในธุรกิจเทเลคอมเอเซีย เพื่อเข้าประมูลโทรศัพท์พื้นฐาน 2 ล้านเลขหมายและได้ลงทุนสร้างดาวเทียมร่วมกับรัฐบาลสวีเดน
7. การดึงดูดลูกค้าไว้และป้องกันคู่แข่งขัน การพัฒนาสารสนเทศให้ทันสมัยตลอดเวลา จะทำให้องค์กรมีเทคโนโลยีที่ล้ำหน้ากว่าคู่แข่งขัน ซึ่งจะเป็นปัจจัยในการดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการและเกิดการประทับใจในผลิตภัณฑ์หรือบริการ ทำให้ลูกค้าไม่เปลี่ยนใจ หันไปใช้บริการของคู่แข่งขณะเดียวกัน องค์กรก็สามารถใช้สารสนเทศในการป้องกันคู่แข่งขันไม่ให้เข้าสู่ตลาด โดยการใช้ระบบสารสนเทศที่เหนือกว่าในการให้บริการลูกค้าหรือสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ตลอดเวลา
ความสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ
ปัจจุบันพัฒนาการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศได้เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว มีการปรับปรุงเครื่องมือเครื่องใช้ที่เป็นประโยชน์กับงานสารสนเทศอยู่ตลอดเวลา ทำให้ทุกวงการวิชาชีพต้องหันมาปรับปรุงกลไกในวิชาชีพของตนให้ทันต่อสังคมสารสนเทศ เพื่อให้ทันต่อกระแสโลก ตัวอย่างเช่น การใช้ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ การถอนเงินอัตโนมัติ การศึกษาทางไกล การประชุมทางโลก ระบบห้องสมุดอัตโนมัติ เป็นต้น ทำให้เกิดบริการรูปแบบใหม่ๆ ขึ้น ในขณะที่ราคาเครื่องมือเครื่องใช้ดังกล่าวลดลงกว่าเดิม ทำให้สังคมเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุคข่าวสารข้อมูล
องค์กรทั้งภาครัฐบาลและเอกชนในปัจจุบัน ต่างก็หันมาให้ความสนใจกับเทคโนโลยีสารสนเทศกันอย่างจริงจังและมากขึ้น โดยใช้เป็นเครื่องมือช่วยสร้างระบบสารสนเทศในหน่วยงานของตน เนื่องจากตระหนักดีว่า สารสนเทศมีบทบาทในการทำกิจกรรมแทบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสาร การปฏิบัติงานการแก้ปัญหา หรือการตัดสินใจ เพื่อการวางแผนและการจัดการ และโดยที่เทคโนโลยีสารสนเทศจะช่วยให้ได้สารสนเทศอย่างรวดเร็ว ถูกต้องเชื่อถือได้ทันต่อเวลา มีเนื้อหาและรูปแบบที่ต้องการ จึงได้หน่วยงานและองค์การต่างๆ ขึ้น เช่น หน่วยงานสำหรับรวบรวม วิเคราะห์และจัดทำรายงานสารสนเทศ หน่วยงานบริการด้านการสื่อสาร สารสนเทศสำหรับผู้ใช้ คณะกรรมการนโยบายสารสนเทศแห่งชาติ เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อให้มีการใช้ประโยชน์จากสารสนเทศอย่างกว้างขวางทั่วถึงและคุ้มค่า
สำหรับวงการธุรกิจไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ หรือขนาดเล็กสารสนเทศเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการแข่งขัน เจ้าของธุรกิจ จำเป็นต้องรู้ทุกประเภทจำเป็นต้องขวนขวายหาคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ การสื่อสารสารสนเทศและอุปกรณ์สำนักงาน เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยการปฏิบัติงานให้เกิดความถูกต้อง และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สามารถใช้เป็นกลยุทธ์เพื่อความได้เปรียบในการแข่งขัน ช่วยเพิ่มผลผลิต ช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้เกิดความประทับใจแก่ลูกค้าและอื่นๆ เช่น ด้านการเงินการธนาคาร มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในระบบฝากถอนเงินอัตโนมัติ ในด้านธุรกิจการบิน การโรงแรม การท่องเที่ยว ใช้กับระบบการสำรองที่นั่ง การควบคุมระบบการจราจรทางอากาศ ฯลฯ นอกจากนี้ในชีวิตประจำวัน ในครอบครัวหรือในบ้าน ก็มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศกันมากขึ้น เช่น โทรศัพท์ วิทยุกระจายเสียง โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ เป็นต้น

7. เทคโนโลยีสารสนเทศ
นับแต่มีการพัฒนาปรับเปลี่ยนรูปแบบกระบวนการทางสังคมที่เกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลังของคริสต์ศตวรรษที่ 20 ที่ผ่านมา นับว่าเป็นแรงผลักดันให้เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือที่เรียกว่า IT พัฒนาไปอย่างกว้างไกล ซึ่งนอกจากมีการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์และระบบสื่อสารโทรคมนาคมที่ทันสมัยแล้ว ยังส่งผลกระทบในวงกว้างต่อระบบเศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรม และกิจกรรมระหว่างประเทศ โดยมีผู้กล่าวว่า “การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมีความสำคัญเช่นเดียวกับการพัฒนาเครื่องจักรไอน้ำสำหรับใช้ในงานอุตสาหกรรม” ในช่วงเริ่มต้นของการปฏิวัติอุตสาหกรรม ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศได้สร้างการเปลี่ยนแปลงในทุกระดับ ตั้งแต่ความสัมพันธ์ภายในสังคม การแข่งขัน และความร่วมมือทางธุรกิจ ตลอดจนกิจกรรมการดำรงชีวิตของบุคคลให้แตกต่างจากอดีต ดังนั้นบุคคลทุกคนในฐานะสมาชิกของสังคมสารสนเทศ จำเป็นต้องมีความรู้ ทักษะ และความเข้าใจถึงศักยภาพของเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตและประกอบธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต เทคโนโลยีสารสนเทศ นอกจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับโครงสร้างพื้นฐานจากระดับมหภาคจนถึงระดับองค์การพัฒนาการของเทคโนโลยีสารสนเทศสร้างผลกระทบในเชิงลึกต่อวัฒนธรรม ความคิด และรูปแบบในการแก้ปัญหาของบุคคลผู้บริหารในอนาคตต้องมีทักษะสำคัญโดยเฉพาะความรู้ ความเข้าใจในศักยภาพ และสามารถประยุกต์เทคโนโลยีสารสนเทศให้เกิดประโยชน์แก่ธุรกิจ ผู้บริหารต้องตัดสินใจเกี่ยวกับการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าผู้บริหารบางส่วนยังขาดวิสัยทัศน์และความเข้าใจในศักยภาพของเทคโนโลยีสารสนเทศ ผู้บริหารหลายคนยังติดอยู่กับระบบงานที่เชื่องช้า ไม่ยืดหยุ่น ตลอดจนมีความคิดหรือ “กระบวนทัศน์ (paradigm)” ที่ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ยอมรับ และกลัวต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ทำให้การพัฒนาและการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้งานล่าช้าและเป็นไปในทิศทางที่ตอบสนอง ต่อการเปลี่ยนแปลงมากกว่าการดำเนินงานเชิงรุก อย่างไรก็ดี คงไม่มีใครปฏิเสธว่าเทคโนโลยีสารสนเทศมีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของธุรกิจในอนาคต ดังนั้นผู้บริหารที่จะประสบความสำเร็จในอนาคตสมควรต้องศึกษาและทำความเข้าใจในศักยภาพของเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างแท้จริง
เทคโนโลยีสารสนเทศ หมายถึง เทคโนโลยีที่ประกอบขึ้นด้วยระบบจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลระบบสื่อสารโทรคมนาคม และอุปกรณ์สนับสนุนการปฏิบัติงานด้านสารสนเทศที่มีการวางแผน จัดการและใช้งานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ เราจะเห็นว่าความหมายดังกล่าวเป็นความหมายที่กว้างและไม่ได้กำหนดรายละเอียดที่ชัดเจน เนื่องจากการพลวัตของเทคโนโลยีที่รวดเร็วส่งผลให้เราไม่สามารถกล่าวอย่างเฉพาะเจาะจง อย่างไรก็ดี เราสามารถกล่าวได้ว่าเทคโนโลยีสารสนเทศต้องมีองค์ประกอบสำคัญ 3 ประการต่อไปนี้
1. ระบบประมวลผล ความซับซ้อนในการปฏิบัติงานและความต้องการสารสนเทศที่หลากหลายทำให้การจัดการและการประมวลผลข้อมูลด้วยมือไม่สะดวก ล่าช้า และอาจผิดพลาด ปัจจุบันองค์การจึงต้องทำการจัดเก็บและการประมวลผลข้อมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์โดยใช้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สนับสนุนในการจัดการข้อมูล เพื่อให้การทำงานถูกต้องและรวดเร็วขึ้น
2. ระบบสื่อสารโทรคมนาคม การสื่อสารข้อมูลเป็นเรื่องสำคัญสำหรับการจัดการและประมวลผล ตลอดจนการใช้ข้อมูลในการตัดสินใจ ระบบสารสนเทศที่ดีต้องประยุกต์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ในการสื่อสารข้อมูลระหว่างระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และผู้ใช้ที่อยู่ห่างกันให้สามารถสื่อสารกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. การจัดการข้อมูล ปกติบุคคลที่ให้ความสนใจกับเทคโนโลยีจะอธิบายความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศโดยให้ความสำคัญกับส่วนประกอบ 2 ประการแรก แต่ผู้ที่สนใจด้านการจัดการข้อมูล จะให้ความสำคัญกับส่วนประกอบที่ 3 ซึ่งมีความเป็นศิลปะในการจัดรูปแบบและการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ

8. การค้นหาเว็ปไซท์ที่เกี่ยวกับการเมืองการปกครอง ซึ่งให้ประโยชน์คือ ทำให้เราได้ฝึกวิธีการศึกษาค้นคว้าให้เป็น และเราก็จะได้รู้จักเว็ปไซทืใหม่เพิ่มขึ้นอีกด้วย และเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อน ๆ กันอีกด้วย

9. ห้องสนทนาวิชาระบบสารสนเทศ การสนทนาออนไลน์ เป็นการพุดคุญกันกับเพื่อน ๆ ที่กำลังเปิดห้องสนทนาอยู่ณุ้จักการใช้คำพูดที่จะใช้สนทนากันทำให้รูกจักเพื่อนมากขึ้น หรืออาจจะเป็นเพื่อนห้องอื่นที่ไม่มช่ห้องของเราเองก็เป็นได้

10. การตั้งกระทู้ถามตอบ เพื่อให้เพื่อนได้เข้ามาตอบกระทู้ที่เกี่ยวกับสวัสดิการของทางสถาบัน และนอกเหนือจากนั้นก็ทราบถึงการสมัครสมาชิกเว็ปไซท์เครือข่ายสาระการเรียนศิลปะ ดนตรีและนาฏศิลป์ เป็นการแนะนำเว็ปไซท์ที่เกี่ยวกับศิลปะ ดนตรีและนาฏศิลป์ ซึ่งทำให้เราได้ทราบว่ามีเว็ปไวท์ที่เข้ามาใหม่เยอะแยะมากมาย รวมไปถึงการเรียนสร้างโฮมดพจของตัวเอง และนำเนื้อหาสาระต่าง ๆ ที่เราต้องการจะเก็บข้อมูลและเนะนำวิธีการต่าง ๆ เพื่อความรู้และประโยชน์ของตัวเองและเพื่อน ๆ ที่เข้ามาเปิดอ่าน













สาระที่สังคมพึงรู้

1. องค์การสหประชาชาติ (UN)
องค์การสหประชาชาติ (UN : United Nation) เป็นองค์การที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อทดแทนสันนิบาติชาติ โดยก่อตั้งเมื่อ ค.ศ.1945 ที่ซานฟรานซิสโก, สหรัฐอเมริกา โดยมีผู้แทนจาก 51 ประเทศเดินทางมาประชุมร่าง กฎบัตรสหประชาชาติ จากวันเริ่มต้นจัดตั้งข้อบกพร่องสำคัญเรื่องหนึ่งของสันนิบาติชาติได้รับการแก้ไข นั่นคือ สหรัฐ และ รัสเซีย เป็นสมาชิก เหมือนกับเป็นการเน้นว่าการแยกตัวของสหรัฐจากยุโรปได้หมดไปแล้ว สำนักงานใหญ่ถาวรของสหประชาชาติตั้งอยู่ที่กรุงนิวยอร์ค ประเทศสมาชิกทั้งหมดมีผู้แทนและมีสิทธิลงคะแนนหนึ่งเสียงในสมัชชาใหญ่ ซึ่งเป็นสภาสำหรับการอภิปรายและผ่านมติ มีคณะเจ้าหน้าที่ถาวร คือสำนักเลขาธิการ โดยมีเลขาธิการใหญ่เป็นหัวหน้า
สภาความมั่นคง ของสหประชาชาติมีหน้าที่รักษาสันติภาพและเรียกร้องความช่วยเหลือจากประเทศสมาชิกให้ส่งกำลังไปช่วย ถ้าหากมีความจำเป็นในการรักษาสันติภาพ ในบรรดาสมาชิกของสภาความมั่นคง 1 ประเทศ มี 5 ประเทศที่เป็นสมาชิกถาวร คือ สหรัฐ อังกฤษ ฝรั่งเศส รัสเซีย จีน สมาชิกถาวรมีสิทธิ์ยับยั้ง คือป้องกันการกระทำของสภาความมั่นคงเมื่อประเทศสมาชิกถาวรไม่เห็นด้วย
องค์การสหประชาชาติ ก็เช่นกับสันนิบาตชาติ ในบางกรณีคือไม่มีทางใดทำให้ประเทศมหาอำนาจทำงานร่วมมือกันได้ นอกจากว่าประเทศมหาอำนาจประเทศนั้นๆ ต้องการทำด้วยความสมัครใจบางทีคุณค่าจริงๆ ของสหประชาชาติก็คือเป็นเวทีของการอภิปราย และสำนักงานของสหประชาชาติปฏิบัติงานมากมายในการแก้ปัญหาเกษตรกรรม การเงิน สุขภาพ การศึกษา และการดูแลเด็กของโลกให้ดีขึ้น

2. ประวัติความเป็นมาของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา
รัฐบาลโดย กระทรวงการคลัง กระทรวงศึกษาธิการ และ ทบวงมหาวิทยาลัย ได้ พิจารณาเห็นถึงความสำคัญอย่างยิ่งของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อรองรับความเจริญเติบโตทาง เศรษฐกิจและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศจึงเห็นสมควรกำหนดเป็นนโยบายสนับสนุนภาคเอกชนในการพัฒนาการศึกษาในขณะเดียวกันเพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาใน สังคมด้วยการให้โอกาสแก่นักเรียน/ นักศึกษาที่ด้อยโอกาสจึงกำหนดเป็นนโยบายให้ภาค รัฐบาลสนับสนุนทางการเงินโดยการจัดตั้งกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาแก่ นักเรียน/ นักศึกษาที่มาจากครอบครัวที่มีรายได้น้อย และเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2538 คณะรัฐมนตรี(นายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี) มีมติเห็นชอบในหลักการโครงการจัดตั้งกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาโดยมีหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบ 3 หน่วยงาน คือ กระทรวงการคลัง กระทรวงศึกษาธิการ และ ทบวงมหาวิทยาลัย โดยมี บมจ.ธนาคารกรุงไทย ทำหน้าที่เป็นผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืมและเริ่มให้นักเรียน/ นักศึกษากู้ยืมได้ ตั้งแต่ปีการศึกษา 2539 เป็นต้นมาบนพื้นฐานของหลักการว่า"เพื่อให้เงินกู้ยืมแก่นักเรียน/ นักศึกษา ซึ่งมาจากครอบครัวที่มีรายได้น้อยสำหรับ ศึกษาต่อตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย(ทั้งสาย สามัญ และ สายอาชีวะ)จนถึงระดับปริญญาตรีใน ประเทศรวมทั้งการศึกษานอกระบบต่อเนื่องจากระดับมัธยมศึกษาตอนต้นตามหลักสูตรและประเภท ที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดโดยนักเรียน/ นักศึกษาจะต้องชำระคืนพร้อมดอกเบี้ยอัตราต่ำเมื่อจบ การศึกษาแล้ว"
ภายหลัง เมื่อรัฐเห็นความสำคัญของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) มากขึ้น จึงได้ออกพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2541 และจัดตั้งสำนักงานกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาอยู่ในการกำกับดูแลของกระทรวงการคลังส่งผลให้การดำเนินงาน กยศ. มี ความมั่นคงถาวรขึ้น
วัตถุประสงค์ของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา
1. เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น แก่ ผู้ที่ มาจาก ครอบครัว ที่มี รายได้ น้อย ซึ่ง ด้อยโอกาส ทาง การศึกษา อันจะ มี ส่วนสำคัญ ในการ ยก ฐานะ ความ เป็นอยู่ ของ ประชาชน และ เป็นการ สนองตอบ ต่อ นโยบาย การกระจาย รายได้
2. เพื่อ สนับสนุน การ พัฒนา ระบบ การศึกษา ทางด้าน อุปสงค์ โดยการ เพิ่ม ขีดความสามารถ ในการ รับ ภาระ ค่าใช้จ่าย ทางการ ศึกษา ของ ประชาชน
ประโยชน์ของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา
- เพื่อให้นักเรียนนักศึกษา ได้รับการศึกษาสูงขึ้น
- ลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว โดยจะ ได้รับ ค่าใช้จ่าย ที่ เกี่ยวข้อง กับ การศึกษา และ ค่าใช้จ่าย ในการ ดำรงชีพ ตลอด ระยะเวลา การศึกษา
- สร้างทางเลือกในการประกอบอาชีพแก่เยาวชนไทย เมื่อ สำเร็จ การศึกษา เพื่อ สร้างฐาน อนาคต และ ยกระดับ ความเป็นอยู่ ของ ครอบครัว ให้ดีขึ้นได้ ทั้งใน ปัจจุบัน และ อนาคต
- สร้างความภูมิใจแก่ สมาชิก ของ ครอบครัว เมื่อ ลูกหลาน สำเร็จ การศึกษา
- พัฒนา ทรัพยากรมนุษย์ของชาติ เพื่อ เป็น กำลัง สำคัญ ต่อการพัฒนาชาติ ต่อไป

3. หนังสือธรรมนูญชีวิต
หนังสือที่ได้รับการยกย่องว่าดี และตีพิมพ์มากที่สุดในประเทศไทย "...คนปัจจุบันจำนวนมากมองชีวิตทุกวงการเป็นการต่อสู้ระหว่างผลประโยชน์ที่ขัดกัน เกิดเป็นฝ่ายนายจ้างกับลูกจ้าง รัฐบาลกับราษฏร คนมีกับคนจน และแม้แต่หญิงกับชาย หรือลูกกับพ่อแม่ เมื่อคนถือเอาทรัพย์และอำนาจเป็นจุดหมายของชีวิต สังคมก็กลายเป็นสนามต่อสู้ระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวที่ขัดกัน เราก็เลยต้องเที่ยวหาจริยธรรมสำหรับมาปกป้องผลประโยชน์เหล่านั้น นี่คือจริยธรรมเชิงลบ กล่าวคือ สังคมยึดหลักผลประโยชน์แบบเห็นแก่ตัว โดยถือ สิทธิของแต่ละคนที่จะแสวงหาความสุข แล้วเราก็เลยต้องหาจริยธรรม ดังเช่น สิทธิมนุษยชน มาคอยกีดกั้นและกันไว้ไม่ให้คนมาเชือดคอหอยกัน ในระหว่างที่ กำลังวิ่งหาความสุขนั้น หลักธรรมในพระพุทธศาสนาเป็นจริยธรรมเชิงบวก ประโยชน์สุข คือจุดหมาย หาใช่ทรัพย์และอำนาจไม่ พระพุทธศาสนาถือว่า สังคมเป็นสื่อกลางที่ช่วยให้ทุกคนมีโอกาสอันเท่าเทียมกันที่จะพัฒนาตนเอง และเข้าถึงประโยชน์สุขได้มากที่สุด และนำเอาจริยธรรมมาใช้เพื่อเกื้อหนุนจุดหมายที่กล่าวนี้..." พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) ท่านใดสนใจ เขียนชื่อที่อยู่หน้าซองเปล่าขนาด A4 ติดแสตมป์ 15 บาท วงเล็บที่มุมซอง รับหนังสือธรรมนูญชีวิต ส่งไปที่กองพุทธศาสนศึกษา สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม 73170 ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปครับ มีพอที่จะแจกฟรีให้กับคนไทยได้ทั้งประเทศ

4. โทรศัพท์สาธารณะ TOT
โทรศัพท์สาธารณะ TOT CARDมอบความสะดวกสบายสูงสุดในการโทรศัพท์ทันสมัยด้วยเทคโนโลยี SMART CARD ทศท. พัฒนาบริการโทรศัพท์สาธารณะ เพิ่มความสะดวก สบาย สำหรับคุณ โดยนำเทคโนโลยี SMART CARD มาพัฒนา การให้บริการโทรศัพท์สาธารณะแบบใช้บัตร และเสริมการให้บริการ โทรศัพท์สาธารณะแบบหยอดเหรียญ ใช้ชื่อบริการว่า "TOT CARD"
บัตรโทรศัพท์รุ่นใหม่ ทนทานในทุกสภาพ บัตรโทรศัพท์สาธารณะ TOT CARD เป็นบัตรพลาสติก PVC ขนาดเท่ากับบัตรโทรศัพCardphone บรรจุ I.C. Chip (Integrated Circuit) สีทองรูปสี่เหลี่ยมบนหน้าบัตร I.C. Chip มีคุณสมบัติในการเก็บข้อมูลได้จำนวนมาก ทศท.นำระบบการสร้างรหัสหลัก Master Key อันเป็นลิขสิทธิ์ของทศท. เป็นองค์ประกอบหลัก ในการเข้ารหัส ข้อมูลเพื่อผลิตบัตร สามารถ
ป้องกันการปลอมแปลงบัตรโทรศัพท์ได้เป็นอย่างดี คุณสมบัติทนทานในทุกสภาพ ง่ายต่อการดูแลรักษา หมดเรื่องบัตรเสื่อมหรือมูลค่าบัตรสูญหาย มีอายุการใช้งาน 3 ปี ตัวเครื่องโทรศัพท์ เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยี
บัตร TOT CARD มีหลายราคาให้คุณเลือกซื้อตามความพอใจ คือ 50, 100, 200, และ 500 บาท โทรได้เต็มมูลค่าของบัตร หาซื้อบัตรไม่ยาก อย่างที่คิด คุณสามารถซื้อบัตรโทรศัพท์ TOT CARD ได้จากสำนักงานบริการโทรศัพท์ทุกแห่งใกล้บ้าน ร้าน 7-eleven ร้านเวิรลด์มีเดีย ร้าน am/pm เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ตามศูนย์การค้า และร้านค้าปลีกที่มีสัญญลักษณ์ สามารถพัฒนาสู่ บริการกระเป๋า เงินสดอิเล็กทรอนิคส์ ในอนาคตอันใกล้ ทศท. จะพัฒนาบริการไปสู่บริการกระเป๋าเงินสดอิเลคทรอนิคส์ คือบัตรใบเดียวสามารถจับจ่ายใช้สอย หลายๆ บริการทั่วประเทศ

5. ประวัติและความเป็นมา :ปปช.
การป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการของประเทศไทยมีมาแต่อดีต นับตั้งแต่สมัยสุโขทัย สมัยกรุงศรีอยุธยา สมัยกรุงธนบุรี สมัยกรุงรัตนโกสินทร์จนถึงยุคปัจจุบัน โดยจุดเริ่มต้นของยุคปัจจุบัน ได้เริ่มจากมีการตรากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคือ กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ.๑๒๗ พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตุลาการ พ.ศ. ๒๔๗๑ พระราชบัญญัติคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. ๒๔๗๖ พระราชกฤษฎีกาวิธีพิจารณาลงโทษข้าราชการและพนักงานเทศบาลผู้กระทำผิดหน้าที่หรือหย่อนความสามารถ พ.ศ. ๒๔๙๐ พระราชบัญญัติเรื่องราวร้องทุกข์ พ.ศ. ๒๔๙๒
ต่อมาในปี พ.ศ.๒๔๙๔ ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการปฏิบัติราชการตามมติประชาชน(ก.ป.ช.)เพื่อรับเรื่องราวร้องทุกข์และพัฒนามาเป็นกรมตรวจราชการแผ่นดินในปี พ.ศ. ๒๔๙๖ แต่ได้ถูกยุบเลิกไปในปี พ.ศ. ๒๕๐๓ และมีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเกี่ยวกับภาษีอากร(ก.ต.ภ.)ขึ้นตามพระราชบัญญัติตรวจสอบการปฏิบัติเกี่ยวกับภาษีอากร และรายได้อื่นของรัฐ พ.ศ. ๒๕๐๓
ภายหลังการปฏิวัติเมื่อวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ได้มีการปรับปรุงระเบียบบริหารราชการแผ่นดินใหม่ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการบริหาร ลดการทำงานที่ซ้ำซ้อนโดยรวมงานของ ก.ต.ภ. สำนักงานคณะกรรมการเรื่องราวร้องทุกข์และงานของผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าด้วยกันแล้วจัดตั้งเป็นสำนักงานคณะกรรมการตรวจและติดตามผลการปฏิบัต ราชการ (ก.ต.ป.) ตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๓๑๔ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๑๕ มีหน้าที่ตรวจและติดตามการปฏิบัติงานตามกฎหมาย ระเบียบ แบบแผน และนโยบายของรัฐบาลรวมทั้งการสืบสวนสอบสวนเกี่ยวกับการทุจริต และประพฤติมิชอบ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์เรียกร้องประชาธิปไตยในวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ เป็นผลให้สำนักงาน ก.ต.ป. ต้องถูกยุบเลิกไป
เมื่อนายสัญญา ธรรมศักดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี รัฐบาลได้มีเจตจำนงที่จะป้องกันและปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบในวงราชการให้หมดสิ้นไปหรืออย่างน้อยก็ให้บรรเทาเบาบางลง จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการขึ้นโดยอาศัยอำนาจตามความใน ข้อ ๙(๖) แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๘ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๑๕ มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ แต่ไม่ทันได้เริ่มดำเนินการ นายสัญญาธรรมศักดิ์ได้ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเสียก่อน หลังจากนั้นเมื่อได้รับ พระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรี อีกครั้งก็ได้ปรับปรุงคณะกรรมการ ป.ป.ป.ใหม่ และเริ่มดำเนินงานตั้งแต่ วันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๑๗ หลังจากนั้นไม่นานก็ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการพ.ศ. ๒๕๑๘ เมื่อวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๑๘ และตราพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๑๕(ฉบับที่๑๐) พ.ศ. ๒๕๑๘ จัดตั้งสำนักงานป.ป.ป. สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีขึ้น
เมื่อได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช ๒๕๔๐ ซึ่งมีการกำหนดองค์กรอิสระขึ้นรวม ๘ องค์กร หนึ่งในจำนวนนั้นได้มีองค์กรหนึ่งที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เรียกว่าคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มีสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเป็นหน่วยธุรการที่เป็นอิสระในการบริหารงานบุคคล การงบประมาณ และการดำเนินการอื่น
ต่อมาในวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๒ (ได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ ประกาศราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๑๖ ตอนที่ ๑๑๔ ก วันที่ ๑๗ พ.ย. ๒๕๔๒) เป็นผลให้สำนักงานป.ป.ป.ได้ถูกยุบเลิกไป และได้มีการจัดตั้งเป็นสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ที่เรียกโดยย่อว่า "สำนักงาน ป.ป.ช." ขึ้น











































Monday, January 31, 2005

แนะนำเว็ปไชต์

1. ระบบการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ระบบการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ข้อมูลการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร การตรวจสอบข้อมูลผู้ลงทะเบียน ข้อมูลสถิติผู้ลงทะเบียนในแต่ละสถานฑูต , ข้อมูลการเลือกตั้งนอกเขตฯ , ข้อมูลการตรวจสอบสิทธิเลือกตั้ง และข้อมูลการตรวจสอบผู้สมัคร ส.ส.
http://www.khonthai.com/Election/
2. หอจดหมายเหตุมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ศูนย์ให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ในสังคม การเมืองไทยที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีส่วนเกี่ยวข้อง อาทิ ขบวนการเสรีไทย และเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 เป็นต้น และเป็นแหล่งรวบรวม จัดเก็บเอกสารที่มีคุณค่าเกี่ยวกับประวัติของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
http://www.arc.tu.ac.th/
3. สยามยุทธ์ ยิม
สอนศิลปะการป้องกันตัวมวยไทยไชยา แด่สุภาพชนทั่วไปทั้งสุภาพบุรุษ, สุภาพสตรี และเด็กอายุตั้งแต่ 8 ปีขึ้นไป เพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรมไทยโบราณที่ยังคงมีอยู่จริง ในยุคปัจจุบัน Ancient traditional Muay Thai (Muay Thai Chai ya) สนใจติดต่อสอบถาม โทร. 0-2713-1136-8, 06-309-5616 คุณสมรรถพล
http://www.ultimatemuaythai.com/
4. การถ่ายภาพ Near Infrared ด้วยกล้องดิจิตอล
ข้อมูลการภ่ายภาพ Near Infrared ด้วยกล้องดิจิตอล เสนอเทคนิค วิธีการถ่ายภาพ อุปกรณ์ที่ใช้ถ่ายภาพ ข้อแนะนำทั่วไปในการถ่ายภาพ Near IR การใช้ประโยชน์ และตัวอย่างภาพ
http://hammerhead.gistda.or.th/nearir/nearir.html
5. Used Shop Online
รวมสินค้ามือสอง บริการซื้อ-ขายสินค้าใช้แล้ว สินค้าตกรุ่น ค้างสต๊อก เช่น เครื่องเสียง เครื่องดนตรี เครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ กล้องถ่ายภาพ กล้องถ่ายวิดีโอ อุปกรณ์กีฬา นาฬิกา ปากกา แว่นตา ไฟแช๊ก เครื่องประดับตกแต่งบ้าน และอื่น ๆ
http://www.usedshoponline.com
6.บริษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน
บรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน (บบส.) เป็นองค์กรเฉพาะกิจ โดยวัตถุประสงค์และหน้าที่หลักของ บบส. คือ เป็นองค์กรที่รับซื้อและรับโอนสินทรัพย์ที่ด้อยคุณภาพจาก สถาบันการเงินที่ถูกปิดกิจการ สถาบันการเงินที่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินได้เข้าถือหุ้น และมีอำนาจบริหารจัดการ องค์การบริหารสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ (อบส.)
http://www.amc.or.th
7.บริจาคเงินออนไลน์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย
ระบบการบริจาคเงินผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เพื่อสมทบโครงการ บรรเทาทุกข์ผู้ประสบสาธารณภัย (สำนักงานบรรเทาทุกข์ฯ)
http://www.redcross.or.th//donation/moneydonate_internet.php4?sc=0012&insertflag=1
8. กองบิน 41
ประวัติความเป็นมา ผู้บังคับบัญชา การจัดหน่วยงาน ข่าวสารประชาสัมพันธ์ ของกองบิน 41 พร้อมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับด้านการบิน เรดาร์ตรวจอากาศ ภาพถ่ายดาวเทียม ศูนย์อุตุนิยมภาคเหนือ และสถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่
http://www.wing41.rtaf.mi.th/
9. งานวิจัยของ แคทลียา นวลฉวี
เป็นงานวิจัยศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างชุมชนสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังหน้าดิน และปริมาณเศษซากพืช ที่ร่วงลงในแหล่งน้ำไหลสองแห่ง คือ ห้วยหญ้าเครือและห้วยพรมแล้ง อุทยานแห่งชาติน้ำหนาวเป็นระยะเวลา 4 เดือน ในสองฤดูกาล คือ ฤดูฝน (กันยายน - ตุลาคม 2541 ) และฤดูหนาว ( พฤศจิกายน - ธันวาคม 2541 )
http://www.geocities.com/Paris/Rue/9943/incat.html
10.โครงการอุตสาหกรรมสำหรับนักศึกษาปริญญาตรี
เป็นโครงการที่ให้การสนับสนุนการทำโครงการนักศึกษาระดับปริญญาตรี (Senior Project) สาขาวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีร่วมกับภาคอุตสาหกรรม
http://www.ipus.org






Monday, January 10, 2005

แนะนำผู้จัดทำ

น.ส. ปราริชาติ อ่อนศรีจันทร์ (กุ้ง) นักศึกษา ภาคสมทบ ศศ.บ.8(4)/3 คณะมนุษศาสตร์และสังคมศาสตร์ อายุ 22 ปี มีพี่น้อง 5 คน ข้าพเจ้าเป็นลูกคนที่ 5 ข้าพเจ้าจบการศึกษาระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนบ้านไพรสวรรค์ จ. กำแพงเพชร ระดับมัธยมต้นที่โรงเรียนคลองลานวิทยา จ. กำแพงเพชร ระดับมัธยมปลายที่โรงเรียนปางศิลาทองศึกษา จ. กำแพงเพชร ข้าพเจ้าเป็นคนเดียวที่ได้เรียนในระดับมหาวิทยาลัย ที่ได้มาเรียนในจันทรเกษมเพราะมีเพื่อนแนะนำให้ลองมาสอบดู เมื่อสอบได้แล้วข้าพเจ้าก็เลยได้มาเรียนที่นี่ แล้วก็ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย ข้าพเจ้า ทำงานที่ร้านถ่ายรูปหน้าเซ็นทรัลลาดพร้าว ชื่อร้านมาสเตอร์ โฟโต้ เน็ดเวริ์ค รับผิดชอบงานในแผนกดิจิตอล ข้าพเจ้าทำงานที่นี่ได้ประมาณ 1 ปี 4 เดือนแล้ว ก่อนที่ข้าพเจ้าจะเข้ามาทำงานที่นี่นั้นได้ทำงานที่อื่นมาบ้างแล้ว แต่ที่เลือกทำที่นี่ก็เพราะว่าสามารถทำงานไปเรียนไปได้ เพราะเจ้าของร้านเปิดโอกาสให้เรียนได้